วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ประวัติหลวงพ่อจําเนียร สีลเสฏโฐ

ยินดีต้อนรับ..เว็บถ้ำเสือกระบี่

หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฎโฐ

ประวัติหลวงพ่อจำเนียร  สีลเสฎโฐ 
ประธานสงฆ์ วัดถ้ำเสือ

หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ เกิดวันศุกร์ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๖  ปีชวด แม่ชื่อ  ต้า พ่อชื่อ เพชร ชลสาคร บ้านเกิดอยู่ที่บ้านปากนคร ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  มีพี่น้อง ๗ คน 
                                                              
๑.      พระมณี  
ปัจจุบันมรณภาพแล้ว
๒.     นางจำรัส 
๓.      นางจำปี ปัจจุบันบวชเป็นแม่ชี ณ  วัดถ้ำเสือ
๔.      พระจำนงปัจจุบันมรณภาพแล้ว
๕.      หลวงพ่อจำเนียร  สีลเสฎโฐประธานสงฆ์วัดถ้ำเสือ
๖.      นางจำนันท์ 
๗      จำเริญเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก

หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฎโฐ ก่อนที่พ่อของหลวงพ่อจะมีครอบครัวเคยเป็นพระธุดงค์มาก่อน จึงได้ฝึกให้หลวงพ่อนั่งกรรมฐาน ตั้งแต่อายุ ๓ – ๔  ขวบ  และผลการสมาธิระดับหนึ่ง       จึงทำให้ท่านรักในการนั่งกรรมฐาน และบ่อยครั้งแอบไปนั่งกรรมฐานภาวนา ในป่าช้า แค่อายุเพียง ๕ ขวบ  หลวงพ่อถูกฝึกหนักตั้งแต่ยังเด็ก ฝึกให้มีความกล้า เช่น  ให้ลงไปในคลองที่มีจระเข้ ลงในทะเลที่มีฉลามเสือ เพื่อให้มีความกล้า ไม่กลัว ฝึกให้เพ่งกสิณ  เพ่งดวงอาทิตย์ และยังได้รับการถ่ายทอดประสิทธิ์ ประสาทวิชาการต่างๆ เช่น คาถาอาคม โหราศาสตร์  ยาสมุนไพรแผนโบราณ  วิชาที่พ่อเคยร่ำเรียนมาสมัยเป็นพระธุดงค์      ต่อมาแม่ของท่านได้เสียชีวิต เมื่ออายุได้  ๖  ขวบ  ๔  เดือน  และท่านได้แม่เลี้ยงช่วยสอนหนังสือ ให้โดยใช้ความพากเพียรพยายามอย่างแรงกล้า  ๑๕  วัน 
จึงเขียนได้อ่านออก   พออายุ  ๗  ขวบ  นึกอยากจะบวชเพราะผิดหวังในความรักแม่ ที่แม่ต้องมาตายไปแต่พ่อไม่อนุญาติเนื่องจากสุขภาพของพ่อไม่ค่อยแข็งแรงจึงต้องรับ ภาระในการเลี้ยงดู ครอบครัว   อายุ ๘ ขวบได้เรียนโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์และพุทธศาสตร์  อายุ ๙ ขวบ เรียนพระไตรปิฏกทีวัดมหาธาติวรวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเรียนเพิ่มเติมที่วัดนารีประดิษฐ์อีก

ต่อมาเมื่ออายุ  ๒๑  ปี    ท่านจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่  ๒  กรกฏาคม     พ.ศ. ๒๕๐๐  ณ  พัทธลีมาวัดนารีประดิษฐ์  ตำบลท่าไร่  อำเภอเมือง  จังหวัดนครศรีธรรมราช    โดยมี   ท่านพระครูกาเดิม  วัดบูรณาราม เป็น พระอุปัชฌาย์  พระครูประดิษฐ์สุวรรณวัตร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า  ”สีลเสฎโฐ”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น