ประวัติหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต
วัดอุดมคงคาคีรีเขต อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

การเรียบเรียงประวัติหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต แห่งวัดอุดมคงคาคีรีเขต อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ค่อนข้างเป็นการยากลำบาก เพราะเป็นอย่างที่ท่านพระอาจารย์พระศรีปริยัติเวที (สมาน สุเมโธ ป.ธ.๙) แห่งสำนักวัดป่าแสงอรุณ จังหวัดขอนแก่นได้กล่าวไว้ในบทนำ ในหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ ณ เมรุวัดอุดมคงคาคีรีเขตไว้ว่า
“การเรียบเรียงประวัติของท่านโดยละเอียดนั้น นับว่าเป็นการยากมาก เพราะไม่มีผู้ใดทราบชีวประวัติของท่านโดยตลอด ถึงแม้ว่าจะมีผู้สนใจตลอดจนนักเขียนทั้งหลายจะขอโอกาสกราบเรียนถามท่าน ท่านก็ไม่เทศน์ให้ฟัง จะมีก็เพียงครั้งคราวเท่านั้น ที่ท่านเอ่ยถึงความเป็นมาในอดีตให้ฟังเพียงเล็กน้อย การเรียบเรียงจึงไม่สมบูรณ์แบบ”
ชีวประวัติของท่านได้มีผู้เรียบเรียงไว้เป็นหลายสำนวน ส่วนใหญ่มีข้อมูลที่คล้ายๆ กัน มีแตกต่างบ้างทั้งที่เป็นข้อมูลเล็กน้อย และมีบ้างที่แตกต่างกันในจุดสำคัญ ชนิดที่ถ้าผู้อ่านจะยึดถือเอาข้อมูลของสำนวนใดสำนวนหนึ่งเป็นหลัก ก็จะต้องเรียบเรียงประวัติท่านกันใหม่ไปเลย ในที่นี้จะขอเสนอข้อมูลที่แตกต่างดังกล่าวไว้ตามที่พอรวบรวมได้จากข้อมูลแหล่งต่างๆ ไว้ดังนี้
๑. เรื่องปีพ.ศ. ที่หลวงปู่เกิด มีเพียงวันเกิดของท่านในเหรียญฉลองสิริอายุครบ ๗๗ ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เท่านั้นที่ระบุว่าเป็นวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๔๔๓ ส่วนข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ล้วนระบุว่าเป็น ๕ สิงหาคม ๒๔๔๕
๒. เรื่องหลวงปู่ผางเป็นบุตรลำดับที่เท่าไหร่ของครอบครัว ส่วนใหญ่ระบุว่าหลวงปู่ผางเป็นบุตรคนสุดท้อง แต่บางแหล่งระบุว่าเป็นบุตรคนที่สอง
๓. เรื่องประวัติการศึกษา บางแหล่งข้อมูลระบุว่าท่านจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔ แต่บางแหล่งข้อมูลระบุว่าท่านมีความรู้พออ่านออกเขียนได้
๔. เรื่อง ชื่อบุตรบุญธรรมหลวงปู่ ส่วนใหญ่ระบุว่าชื่อ บุญปราง แต่มีบางแหล่งข้อมูลระบุว่า ชื่อ หนูพาน
๕. เรื่อง การบวชครั้งที่สอง ของหลวงปู่ที่ระบุว่า ก่อนจะบวช ท่านและภรรยาได้ทำทานโดยการบริจาคทรัพย์สินทั้งหมดของท่านให้กับผู้อื่น แต่บางแหล่งข้อมูลระบุว่าท่านยกทรัพย์สินของท่านทั้งหมดให้กับนางหนูพานผู้เป็นบุตรบุญธรรม
๖. เรื่องการออกบวชเป็นชีของภรรยาท่าน ส่วนใหญ่จะระบุว่าภรรยาท่านได้ออกบวชเป็นชีพร้อมกับที่ท่านบวชเป็นพระสงฆ์ แต่มีบางแหล่งข้อมูลระบุว่าภรรยาท่านเกิดความเบื่อหน่ายในการครองเรือนจึงได้ขอลาท่านออกไปบวชชีก่อน ต่อมาท่านจึงได้ออกบวชเป็นพระภิกษุในภายหลัง
๗. เรื่องวัดที่พระอาจารย์สิงห์จำพรรษาอยู่ในช่วงที่หลวงปู่ผางเข้าไปศึกษาและปฏิบัติธรรมกับท่าน บางแหล่งข้อมูลระบุว่า วัดป่าวารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แต่มีบางแหล่งข้อมูลระบุว่า เป็นวัดป่าแสนสำราญ อำเภอวารินชำราบ
๘. ประวัติในเรื่องปีที่ท่านทำการญัตติในคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต นั้นมีข้อมูลแตกต่างกันเป็นสองทาง คือ
๘.๑ ท่านได้ขอญัตติในคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต เมื่ออายุได้ ๔๒ ปี ๖ เดือน ในวันพุธที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๘
๘.๒ ท่านได้ขอญัตติในคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต เมื่ออายุได้ ๔๗ ปี ในวันพุธที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๑
๙. ประวัติในเรื่องวัดที่หลวงปู่ผางขอญัตติในคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ส่วนใหญ่ระบุว่า กระทำที่ วัดบ้านโนน หรือวัดทุ่ง แต่บางแหล่งข้อมูลระบุว่า ทำที่ วัดทุ่งสว่าง บ้านโนนใหญ่ ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
๑๐. ประวัติของท่านในเรื่องปีและสถานที่ที่ท่านได้เข้าเป็นศิษย์ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ข้อมูลจากหลายแหล่งระบุไว้ไม่ตรงกัน มีการขัดกันในข้อมูลในช่วงประวัตินี้โดย
ข้อมูล จากเทศนาของท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน ที่ได้เทศน์ไว้ที่วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๐ ได้ระบุสถานที่ที่หลวงปู่ผางได้พบกับท่านพระอาจารย์มั่นคือ ที่วัดป่าบ้านนามน ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร
แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลกับประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต แล้วปรากฏว่า ท่านพระอาจารย์มั่นจำพรรษาที่วัดป่าบ้านนามนในปีพ.ศ. ๒๔๘๖ ซึ่งปีนั้นตามประวัติของหลวงปู่ผางท่านยังเป็นฆราวาสอยู่ หลวงปู่ผางบวชครั้งที่ ๒ เมื่ออายุ ๔๓ ปี ประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๘
บางข้อมูล เช่นข้อมูลจากบทเสริมประวัติ พระหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต โดย พระเทพบัณฑิต (อินทร์ ถิรเสวี) รองเจ้าคณะภาค ๙ วัดศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น ได้ระบุไว้ว่า สถานที่ที่หลวงปู่ผางได้พบกับท่านพระอาจารย์มั่นคือ ที่วัดป่าบ้านผือ นาใน ซึ่งตามประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ท่านจำพรรษาที่วัดนั้น ในปี พ.ศ. ๒๔๘๘ จนกระทั่งถึงกาลมรณภาพในปีพ.ศ. ๒๔๙๒
๙. ประวัติของท่านเกี่ยวกับพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ที่ได้ระบุว่าในขณะที่ท่านอยู่ศึกษาและปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์มั่น หลังจากท่านบวชครั้งที่ ๒ แล้วนั้น คืนหนึ่งท่านได้เกิดนิมิต ถึงสถานที่แห่งหนึ่ง รุ่งเช้าขึ้นท่านจึงได้ลาพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ออกธุดงค์ไปหาสถานที่ตามนิมิตนั้น
ถ้าจะยึดตามข้อมูลที่ว่าพระหลวงปู่ผางได้พบกับท่านพระอาจารย์มั่นที่วัดป่าบ้านผือ เป็นหลักแล้ว พระหลวงปู่ผางก็ต้องพบกับท่านพระอาจารย์มั่นประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๙ แต่ข้อมูลตามประวัติหลวงปู่เสาร์ ท่านได้มรณภาพในปี ๒๔๘๕ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่หลวงปู่ผางจะพบกับท่านพระอาจารย์มั่น ถึง ๔ ปี ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่พระอาจารย์เสาร์ และหลวงปู่ผางจะเคยได้มีโอกาสพบกัน ความเป็นไปได้เพียงประการเดียวที่หลวงปู่ผางจะมีโอกาสได้พบและศึกษาธรรมกับท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ก็คือในช่วงเวลาที่หลวงปู่ผางยังเป็นฆราวาสอยู่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น